บทที่ 11 ตอนที่ 6 ฆาตกรรม 1

ฝ่ามือน้อยๆ ยกขึ้นเบื้องหน้าช้าๆ ซิงเยว่คลับคล้ายเห็นฝ่ามือตนเองเคยเปื้อนเลือดนับครั้งไม่ถ้วน

แต่จะเป็นไปได้อย่างไร?

หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ ปัดความคิดไร้สาระออกไป ท้ายที่สุดก็เริ่มทำความเข้าใจด้วยเหตุผล คนผู้หนึ่งยากจน เติบโตอย่างอัตคัดขัดสน ใช้ชีวิตลำบากลำบนมาตั้งแต่เกิด ย่อมต้องผ่านการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด ไหนเลยจะถูกเอาเปรียบโดยง่าย เช่นนั้นการฆ่าคงมิอาจหลีกเลี่ยงแน่นอน

นางคงใช้ชีวิตมาท่ามกลางการต่อสู้อันเดือดพล่านเพื่อความอยู่รอดที่ว่ามานั่นแล

เมื่อใคร่ครวญจนตกผลึกทางความคิด ซิงเยว่พลันคิดขึ้นได้อีกหนึ่งประการ

นางควรพกพาอาวุธติดกายไว้บ้าง...

ดึกดื่นคืนนี้ ยังคงเป็นอีกราตรีที่ทำให้คนผู้หนึ่งนอนไม่หลับ

คนผู้นั้นเป็นหญิงสาวรูปร่างบางเพรียว แต่แน่นตึงด้วยเลือดเนื้ออบอุ่นค่อนไปทางรุ่มร้อน

แน่นอนว่ามิใช่รุ่มร้อนในเรื่องกามา หากทว่าเป็นความร้อนระอุจากเรื่องที่นึกคิดขึ้นได้ในห้องพักเมื่อครู่

มีบางสิ่งในสมองที่เลอะเลือนคล้ายย้ำเตือนนางตลอดเวลาว่าอันตรายย่อมมีอยู่รอบด้าน การอยู่รอดต้องเตรียมพร้อมสม่ำเสมอ

ใครจะมาปกป้องเรานอกจากตัวของเราเอง

ตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน

แต่คนผู้หนึ่งมีมือคู่นี้ที่เล็กเหลือเกิน รูปร่างยังอรชรบอบบางปานนี้ อำนาจบารมียิ่งไม่มี แล้วจะอาศัยสิ่งใดได้ หากมิใช่อาวุธเสริมกำลัง

ดังนั้นซิงเยว่จึงเดินลัดเลาะมาทางป่าไผ่ยามราตรี แม้ยินเสียงเสียดสีของลำไผ่ดังกรีดอากาศไปต่างจากปีศาจ นางก็หาได้กลัวเกรงไม่

หญิงสาวเป็นเพียงทาสในเรือน ไหนเลยจะสามารถซื้อมีดดาบซึ่งทำจากเหล็กมาพกพาได้ มีเพียงต้องดัดแปลงเอาจากธรรมชาติใกล้ตัว

ป่าไผ่แห่งนี้อยู่ติดกับเรือนเก็บฟืน ตรงแท่นผ่าฟืนมีมีดพร้าเล่มหนึ่งปักไว้ ซิงเยว่แอบหยิบมาใช้หมายเป็นเครื่องทุ่นแรง ไม่นานนางก็ได้แท่งไม้แหลมเล็กไม่ต่างจากเขี้ยวเล็บอันแหลมคม แต่ละแท่งมีขนาดเท่ากัน ช่วงปลายถูกเหลาให้โค้งมนเป็นตะขอแฉก บางอันคล้ายหนาม เหมาะมืออย่างยิ่ง

รูปแบบลักษณะพิเศษเช่นนี้มิรู้ว่าเหตุใดนางถึงคิดได้ ทั้งยังทำอย่างคล่องแคล่วยิ่ง ประหนึ่งเคยทำมาก่อนบ่อยๆ เมื่อได้จำนวนที่ต้องการ ซิงเยว่ก็นำอาวุธลับยัดเข้าสาบเสื้อและแขนเสื้อ ก่อนนำมีดพร้ามาวางคืนไว้ที่เดิม

ค่ำคืนนี้ ลมหนาวยังคงพัดโชยอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ผมเผ้าดำขลับถูกลมปลิวพัดเสยไปด้านหลัง เปิดให้เห็นหน้าผากมนสวย เครื่องหน้าพริ้มเพรา ปากอิ่มเล็กแดง   จมูกเล็กเชิดรั้น น่ามองอย่างยิ่ง

ซิงเยว่จัดเป็นสตรีที่รูปหน้างดงามผู้หนึ่ง เพียงแต่เมื่อยู่ในอาภรณ์สาวใช้ ความเฉิดฉายจึงมิจัดจ้านมากเท่าใด ทว่าแค่เท่านี้ ก็มากพอแล้วที่จะต้องตาต้องใจใครบางคน

ใครคนนั้นค่อยๆ เดินออกมาจากมุมมืด หลังจากอดทนแอบมองซิงเยว่อยู่นานครู่หนึ่ง มองจนกระทั่งเกิดความรู้สึกว่าไม่อยากหลบซ่อนอีกต่อไป

ความรักใคร่ขับเคลื่อนแรงปรารถนาอันแรงกล้า           ไยมิควรเปิดเผยเปิดเปลือยไปเลยเล่า?

แสงจันทร์กระจ่างที่สาดส่องลงมาทำให้เขาเห็นสตรีแน่งน้อยตรงชายป่าไผ่ค่อนข้างชัดเจนในความมืดสลัว

เขาไม่รู้ว่านางกำลังทำสิ่งใด แต่เมื่อพินิจก็เห็นว่านางคล้ายนั่งเล่นเท่านั้น รูปร่างหน้าตาช่างยั่วยวนถูกใจนัก

คนหนุ่มแน่นพลันร้อนรุ่มเกินควบคุมอย่างที่สุด

การบอกรักนางผู้นี้ เขาจะทำให้ร้อนแรงยิ่งกว่าการบอกรักใครต่อใครที่ผ่านมา

ทาสหญิงทาสชายในคฤหาสน์มีเรื่องชู้สาวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง มิใช่เรื่องแปลก ชายหญิงลอบมีสัมพันธ์กันยิ่งมิใช่เรื่องใหม่ การเห็นแล้วอยากได้เพียงแรกพบมักเกิดขึ้นเสมอ ต่อให้ฝ่ายหญิงมิเต็มใจก็ตาม การใช้กำลังบังคับจากฝ่ายชายมักเกิดขึ้นได้ซ้ำๆ ชนชั้นต่ำใช้ชีวิตมิต่างจากมดปลวกก็เช่นนี้ อยู่แบบไม่มีขนบธรรมเนียมประเพณี ไร้อารยะ ขาดศีลธรรม ทำระยำจนชาชิน บุรุษผู้หนึ่งจึงแสยะยิ้ม แววตาหื่นกระหาย มิคิดเก็บข่มอันใดมากมาย ความต้องการ แรงปรารถนา            ไยมิใช่สมควรปลดปล่อยอย่างสุขสมอารมณ์หมายได้ทันที

ชายร่างใหญ่หันซ้ายแลขวา พบว่ารอบด้านไม่มีใคร อีกทั้งยังมีเสียงเสียดสีของลำไผ่กรีดร้องดังก้องปานนั้น         ต่อให้มีคนกรีดร้องออกมาผสาน เกรงว่าคงไม่มีใครสังเกตหรือได้ยินเป็นแน่

แค่เขาเปลี่ยนเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ              ให้กลายเป็นเสียงครางกระเส่าอยู่ใต้ร่างก็ใช้ได้แล้ว

บุรุษเลียริมฝีปากตน ก่อนยกยิ้มหื่นกระหายที่กำลังฉายชัดมากกว่าเดิม สายตาที่ทอดมองเงาร่างนวลลออใต้แสงจันทรา เห็นแต่เนื้อสาวที่เปล่งปลั่งอิ่มนุ่ม น่าซุกซบยิ่ง

ดูแค่ผิวที่โผล่พ้นเสื้อผ้าและผิวหน้าพวงแก้มก็รู้แล้วว่าทั้งหวานทั้งหอม รสชาติคงจัดจ้านอย่างยิ่งเมื่อสัมผัสลิ้น 

คิดพลางเดินเข้าหาสตรีนางน้อยผู้เป็นเป้าหมาย สตรีนางนั้นมิใช่ใคร คือซิงเยว่ เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า

“อากาศเย็นเกินไป หาความอบอุ่นสักหน่อยเป็นไร”

คำพูดกำกวมยิ่งนัก พูดจบยังยกยิ้มสื่อความนัยด้วยสองตาเปล่งประกายคล้ายเปลวเพลิงลุกโชน

ซิงเยว่จึงรับรู้ได้ว่ามีผู้มาใหม่มิได้รับเชิญ

หญิงสาวเงยหน้ามองเจ้าของเสียง จึงได้เห็นเป็นบุรุษร่างใหญ่ผู้หนึ่ง

แน่นอนว่าคงเป็นบ่าวชายประจำเรือนเก็บฟืน

“ข้าไม่หนาว คงไม่รบกวนพี่ชาย” นางตอบสัตย์ซื่อ ไหนเลยจะเข้าใจคำพูดกำกวมและแววตาสื่อนัยอันใด

ชายผู้นั้นหัวเราะเบาๆ “ข้ามิได้ชักชวนเจ้าก่อไฟคลายหนาว แต่จะใช้เนื้อห่มเนื้อให้ต่างหากเล่า” ว่าแล้วพลันโถมกายเข้ามา หาได้คิดจำนรรจาอันใดให้มากความ

ฝ่ามือใหญ่ผลักกายบางจนล้มลงก้นกระแทกพื้น ก่อนตามประกบทาบทับจับข้อมือน้อยๆ ขึ้นเหนือศีรษะนาง พันธนาการรัดรึงกายบางทุกทางมิให้หลุดพ้นเงื้อมมือ

ซิงเยว่เบิกตากว้าง นางมิทันตั้งตัว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป